Chủ Nhật, 18 tháng 4, 2021

สาวไลฟ์ตั้งวงดื่ม เล่นสงกรานต์ ด่าคนแจ้งความ เห็นมีความสุขจะตายหรือไง!

 


กลายเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์บนโลกออนไลน์ พร้อมวิจารณ์สุดเดือด เมื่อสาวรายหนึ่งไลฟ์สด เล่นน้ำสงกรานต์ พร้อมตั้งวงดื่มเหล้าอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางสถานการณ์โควิด ที่คนไข้เริ่มล้นโรงพยาบาลจนต้องใช้โรงพยาบาลสนามแทน

โดยเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Kim Signature ได้แชร์คลิปดังกล่าว พร้อมระบุว่า ” ให้คลิปมันเล่าเรื่อง ค่อด อิจนางเลยว่ะ อิจที่นางจะโดน พรบ.ควบคุมโรค พรี่ตั้มหาพิกัดไม่ยากก” โดยคลิปที่มีการแชร์มา ได้เขียนบนคลิปไว้ว่า “เล่นสงกรานต์หน้าบ้านแต่เสือกโทรแจ้งตำรวจมาจับพวกกู ชีวิตพวกมึงนี้ไม่เคยอยู่เป็นสุขเลย” โดยสาวรายดังกล่าว ที่อยู่ในคลิป ยังได้พูดว่า “อย่าอิจฉาความสุขหนู ไม่เคยมีความสุขเหรอคะ เห็นกูมีความสุขจะตายหรือไง”

คลิปดังกล่าวได้รับการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวได้รวมตัวกันราวกว่า 10 คน เล่นน้ำ และดื่มเหล้าอย่างสนุกสนาน มีการนำแป้งมาปะหน้ากันเล่น ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด





Thứ Tư, 14 tháng 4, 2021

สุดช็อค! นักร้องดังโดนน้องชายแท้ๆ ทำร้ายสาหัส!!

 

สุดช็อค! นักร้องดังโดนน้องชายแท้ๆ ทำร้ายสาหัส!!

สุดช็อค!!  ในวงการบันเทิงไม่น้อย เมื่อนักร้องสาวมีล่า จามิล่า พันธพิจิต อดีตสมาชิกในสังกัด กามิกาเซ่ เจ้าของเพลง ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องจริง ที่ถูกคนใกล้ตัวทำร้าย อย่างที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ผ่านทางสตอรี่ อินสตาแกรมของเธอ

โดย มีล่า ได้โพสต์รูปตัวเอง ขณะอยู่ในห้องของโรงพยาบาล และ ข้อความว่า “เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (3 /6/19) มีล่า ได้แอดมิดเข้าโรงพยาบาล เป็นเวลา 8 วันเพราะบาดแผลสาหัสทั่วร่างกาย
ตอนนั้น มีล่าได้แจ้งทุกคนว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่ความจริงไม่ใช่ค่ะ ทางครอบครัวและคนรอบข้าง ได้แนะนำมีล่าว่าไม่ควรบอกใครเรื่องนี้ เพระมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวและคนภายนอกจะมองตัวมีล่าในแง่ลบ เอาจริงๆ ก็ไม่เข้าใจทำไมบอกคนอื่นไม่ได้ คนที่บาดเจ็บและถูกทำร้ายคือ มีล่าเอง เป็นเหยื่อ ของการ Abuse แล้วต้องกลัวสังคมตัดสินด้วยหรอ

เหตุผลที่ออกมาพูดวันนี้ก็เพราะว่าทนไม่ไหวแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้ คุณหมอจิตแพทย์ diagonose มีล่าว่าเป็น PTSD (Post Traumatic stress Disorder) การใช้ชีวิตให้ปกติ ของมีล่า ไม่เหมือนเดิมเลย ในสองปีที่ผ่านมา ตอนนั้นตาข้างซ้ายเปิดไม่ได้ มีแผลเป็นเต็มครึ่งบนของร่างกาย รวมถึงศีรษะ คนที่ไม่รู้ก็ล้อว่าทำไมผมแหว่ง ทำไมไม่ถอดแว่นเลยตาบอดเหรอ เราก็อยากบอกความจริงแต่ก็ต้องทำเป็นเนียนไปเพราะกลัวสิ่งที่ครอบครัวเตือนมา

 

ทั้งยัง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 2 มิถุนายน 2019 ที่ถูกทำร้ายขณะนอนอยู่ในห้องนอน มีอะไรมาเสียบหัว พบว่าเป็นมีดครัว ซึ่งตอนแรกยังไม่ทราบว่าตัวเองบาดเจ็บแค่ไหน คิดแค่ว่ามองไม่เห็น และเห็นบาดแผลของตัวเองที่ลึกไปถึงไขมัน หรือกระดูด จึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ พี่สาวจึงได้เข้ามาช่วย

เหตุการณืนั้น มีล่าได้ย้ายออกไปอยู่กับแฟนที่คอนโด และไม่กล้ากลับไปที่บ้าน ครอบครัวไม่ให้แจ้งความ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าถูกน้องทำร้าย เดือนแรกนั้น แค่เสียงแตรก็ทำให้สะดุ้ง ฝันร้ายทุกคืน

 

โดยยังได้กล่าวขอบคุณหวาย ที่ได้เป็นกำลังใจให้กับเธออีกด้วย ในโลกออนไลน์ ยังได้มีการนำเอาข้อความดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ และมีคนเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจเธอจำนวนมาก

  



Thứ Hai, 5 tháng 4, 2021

นักศึกษาสาวเปิดแชท "พนักงานดึงหู" ส่งข้อความขอโทษ เผยถ้าสำนึกผิด ก็ไม่ติดใจเอาความ

 


นักศึกษาสาวเปิดแชท "พนักงานดึงหู" ส่งข้อความขอโทษ เผยถ้าสำนึกผิด ก็ไม่ติดใจเอาความ เพราะเชื่อว่าคงได้รับบทเรียนแล้ว

จากประเด็น นักศึกษาสาว อัดคลิปเดือด เข้าไปสัมภาษณ์งานที่ร้านไวน์แห่งหนึ่ง แต่โดนพนักงานในร้านกระชากแมสก์ ดึงหู จนเป็นกลายเป็นกระแสโซเชียล และในเวลาต่อมา  บริษัท ไวน์คอนเน็คชั่น โดยนางพรทิพา ธนาคม ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ออกเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าว เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ ร้าน Wine Connection ปัจจุบันพนักงานผู้ก่อเหตุได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว

ขณะที่ น.ส.ภาวินี นักศึกษาสาวเจ้าของเรื่อง เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับการขอตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในร้าน เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ และไม่ได้เริ่มก่อน

ล่าสุด ช่วงเย็นวานนี้ (3 เม.ย.64) น.ส.ภาวินี ระบุว่าคู่กรณีได้ส่งข้อความมาขอโทษแล้ว พร้อมกันนี้ยังชี้แจงทุกข้อสงสัย ไม่ว่าจะเรื่องคดีความ การใช้เสียงดังในคลิป รวมทั้งการนำหลานไปในวันสมัครงานด้วย

"เรื่องที่จะขอชี้แจงในวันนี้นะคะ ทุกคนคงทราบดีว่าสองสามวันมานี้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นกับตัวหนู ซึ่งมีหลายคนมากที่ได้เข้าใจและอยู่ข้างๆ หนู ซึ่งหนูขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากๆ และหนูก็ขอยืนยันว่าสิ่งที่หนูพูดไปในไลฟ์สดนั้น หนูไม่ได้แต่งเรื่องหรืออะไรทั้งสิ้น

เรื่องที่หนูอยากจะพูดนะคะ 1) เรื่องคดีความ เนื่องจากตอนนี้หนูยังเอาผิดอะไรทางนั้นไม่ได้นะคะ เพราะทางกฎหมายแล้วยังไม่ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย เท่าที่ตำรวจได้พูดมานะคะ

ตอนแรกก็ว่าจะรอเอาคลิปมาดู ไปๆ มาๆ อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเอาคลิปมาให้หนูได้ เนื่องจากทางร้านไม่ได้เสียบปลั๊ก เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 หรือร้านปิดตัวไปนานนี่แหละหนูจำได้ไม่หมดเลยขอไม่พูดส่วนนี้นะคะ

สรุปก็คือไม่มีหลักฐานเอาผิด แต่ถ้าหนูติดใจเอาความทางตำรวจก็จะดำเนินการให้ในส่วนนี้

2) เรื่องการพูดเร็วในไลฟ์สด ทำให้ใครหลายๆ คนตำหนิหนูมา หนูน้อมรับนะคะ และหนูจะนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวเอง หนูดูไลฟ์เองก็ยังคิดว่าทำไมพูดเร็วขนาดนี้ แต่ตอนนั้นหนูตื่นเต้นมากด้วยค่ะ หนูไม่เคยมีไมค์มาจ่อหน้าแบบนี้มาก่อน แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดแบบไหน พิธีการยังไง อารมณ์หนูก็เหมือนเล่าเรื่องให้เพื่อนฟังค่ะ ส่วนนี้น้อมรับคำติชมที่พูดจาไม่ดี

แต่หนูอยากให้ทุกคนที่คอมเมนต์แรงๆ ย้ำคิดสักนิดว่าสิ่งที่พิมพ์มานั้นมันแรงไปรึเปล่า ส่วนตัวหนูหนูโอเคนะคะ แต่พ่อแม่ครอบครัวหนูเค้าต้องมาเจอแบบนี้มาเห็นคนที่ด่าลูกตัวเอง เค้าก็เครียดแทนหนู หนูอยากให้พี่ๆ ช่วยหยุดใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และตำหนิติเตียนหนูด้วยคำแนะนำดีๆ ให้หนูพัฒนาด้านการพูดการวางตัวจะดีกว่า

3) เรื่องพี่คนในคลิป ตอนนี้พี่เค้าติดต่อหนูมาแล้วนะคะ เมื่อวันพุธที่ เวลา 16.57 น. และหนูขอโทษจริงๆ ที่เพิ่งจะตอบไปเมื่อวานเนื่องจากคนแชทมาหาหนูเยอะมาก ทำให้ไม่เห็นแชทพี่เค้า

สำหรับหนูแล้วถ้าเค้าเค้าสำนึกผิดจริงๆ หนูก็ไม่อยากติดใจเอาความอะไร เพราะสิ่งที่พี่เค้าเจอมันก็คงหนักพอสมควรแล้ว และหนูหวังว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมันจะเป็นบทเรียนที่มีค่าของหนูและพี่เค้าในการทำงานและการใช้ชีวิตต่อไป

และหนูหวังว่าการตัดสินใจของหนูในเรื่องนี้ ไม่ว่าหนูจะยอมความหรือจะสู้คดี อยากให้พี่ๆ และคนรอบข้างของหนูเคราพในการตัดสินใจของหนูนะคะ ขอบคุณค่ะ

และในส่วนของเรื่องหลานมีหลายคนบอกว่าไปสมัครงานเอาหลานไปทำไม คือหนูคิดว่าไปสัมภาษณ์เสร็จจะไปกินบิงซูกันต่อ และหลานหนูก็นั่งรออยู่ตรงโซนที่นั่งที่ทางห้างเตรียมไว้ ไม่ได้ไปนั่งในส่วนร้านนะคะ หนูอยากให้ทราบในจุดนี้ด้วย

ที่สำคัญหนูอยากให้ทุกคนเข้ามาสอบถามและดูที่เฟซบุ๊กหนูจะดีกว่า อย่างน้อยฟังจากเจ้าตัวคงดีที่สุดแล้ว แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณสื่อที่ช่วยกระจายข่าวของหนู และที่สำคัญกำลังใจจากพี่ๆ ทุกคนที่มีให้หนูแม้ว่าจะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ยังปกป้องหนู

หนูเห็นทุกคอมเมนต์ที่ออกตัวแทนหนู และอธิบายเรื่องราวให้บางคนที่ยังไม่ได้ติดตามข่าวนี้ได้รับทราบถึงเรื่องราว หนูไม่รู้จะขอบคุณพวกพี่ๆ และน้องๆ ยังไงแต่ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

ปล.ตอนแรกหนูจะอัดวิดีโอ แต่เสียงที่บ้านดังมาก ทั้งแมวร้อง ทั้งพ่อเรียกกินข้าวทุก 5 นาที เลยพักอัดคลิปมาพิมพ์แทนดีกว่า ขอบคุณที่ติดตามข่าวสารนะคะ ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางตำรวจต่อไป ถ้าเรื่องจะเงียบ หรือพี่คู่กรณีไม่อยากมาขอโทษ หรือเปิดใจคุยกันซึ่งๆ หน้า อันนี้หนูคิดว่าคงเป็นสิทธิของเค้า แต่ในส่วนสิทธิของหนู หนูคิดว่าหนูปกป้องตัวเองและทำเต็มที่แล้ว ขอบคุณค่ะ”


ไล่ออกแล้ว หนุ่มบริษัทประกันโพสต์ซ้ำเติมเหตุบ้านไฟไหม้จนถล่ม

 


กระทบความรู้สึกครอบครัวผู้สูญเสีย! บริษัทเมืองไทยประกันภัย ประกาศให้พนักงานโพสต์ซ้ำเติมบ้านไฟไหม้จนถล่ม เสียชีวิต 5 ราย พ้นสภาพพนักงานทันที

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้าน 3 ชั้น ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จนทำให้ตัวอาคารได้ถล่มลงมาทับเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้พักอาศัยในบ้าน เสียชีวิตรวม 5 ราย ต่อมามีชายหนุ่มรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "หนักแผ่นดิน โครม บ้านมึงถล่มก่อนเพื่อนเลย แถมพาชีวิตคนอื่นต้องพลอยซวยไปด้วย เจ้าของบ้านตาย...มั้ยวะ" ซึ่งข้อความดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ล่าสุด  เฟซบุ๊กแฟนเพจ เมืองไทยประกันภัย Muang Thai Insurance - MTI โพสต์ประกาศของบริษัท ระบุข้อความว่า "การพ้นสภาพการเป็นพนักงาน กรณีแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งกรณีพนักงานบริษัทฯ โพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมบนสื่อโซเชียล ซึ่งกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนในสังคม

บริษัทฯ มิได้เพิกเฉยต่อการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใดและได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว จึงขอเรียนซี้แจงให้ทุกท่านทราบว่าพฤติกรรมของพนักงานดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบ ข้อบังคับ จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจและขัดต่อนโยบายของบริษัทฯ ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างยิ่ง และที่สำคัญได้กระทบต่อความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต

บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการให้พนักงานผู้นั้นพ้นสภาพความเป็นพนักงานของบริษัทฯ ทันที จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564"

ผู้โดยสารโวยลั่นสนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินดังดีเลย์ นั่งรอนาน 5 ชั่วโมง

 


โซเชียลแห่แชร์คลิปผู้โดยสารสุดทน โวยลั่นสนามบินสุวรรณภูมิ หลังสายการบินชื่อดังดีเลย์ ปล่อยให้นั่งรอมากว่า 5 ชั่วโมง พนักงานยังบอกให้ใจเย็นๆ 

กลายเป็นคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ได้เผยเหตุการณ์ผู้โดยสารชายรายหนึ่ง กำลังยืนต่อว่าพนักงานของสายการบินดัง ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ในคลิปชายคนดังกล่าวบอกกับพนักงานว่า ให้เรียกคนที่รู้เรื่องมาคุย และให้เห็นใจผู็โดยสารที่ต้องมานั่งรอ ก่อนจะบอกให้พนักงานนำคนที่รับผิดชอบมาคุย

ซึ่งพนักงานได้แต่บอกให้ใจเย็นๆ ทำให้ผู้โดยสารชายระเบิดอารมณ์ออกมาว่า "ไม่ใจเย็น เพราะว่าผมรอมา 5 ชั่วโมงแล้ว คุณไม่มีสิทธิมาบอกให้ผมใจเย็น เพราะคุณไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกับผม ผมรอมา 5 ชั่วโมง อย่ามาบอกให้ใจเย็น อย่ามาพูดนะ"

ขณะที่พนักงานก็ตอบกลับไปว่าตนทำงานก็ไม่อยากจะมีปัญหาเหมือนกัน และได้เรียกผู้ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวมาแล้ว ขณะที่ผู้โดยสารชายก็บอกว่าเมื่อไหร่จะมา คนที่ไปรอรับตนเองที่สนามบินอุดรธานีรอมา 5 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งพนักงานชายก็พยายามชี้แจงเพิ่มเติมว่าติดขัดปัญหาอะไรบ้าง

ขณะที่ผู้โพสต์คลิป TikTok ระบุว่า "สายการบินจะทำแบบนี้กับผู้โดยสารไม่ได้นะ เครื่องออก 13.25 จนตอนนี้ 17.29 ยังไม่ได้บินเลย แล้วให้ผู้โดยสารนั่งรอบนเครื่อง 2 ชั่วโมงคืออะไร"

 ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยพบว่ามีผู้โดยสารหลายรายโพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ว่าเครื่องบินของสายการบินดังกล่าวดีเลย์ และต้องนั่งรอมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ซึ่งบางรายรอไม่ไหวตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินอื่นเพื่อเดินทางแทน 

สายการบินไทยเวียตเจ็ท ชี้แจงกรณีการบริหารจัดการตารางเที่ยวบิน อันเนื่องมาจากเหตุผลด้านการปฏิบัติการ

4 เมษายน 2564 - สายการบินฯ ขอชี้แจงกรณีการบริหารจัดการตารางเที่ยวบิน อันเนื่องมาจากเหตุผลด้านการปฏิบัติการ ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตารางเที่ยวบินและยกเลิกในบางเที่ยวบิน

ขณะนี้ สายการบินฯ ได้ให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวอย่างเต็มที่ตามข้อกำหนดของส่วนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการ จัดหาอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้โดยสาร ให้ผู้โดยสารสามารถดำเนินการเปลี่ยนเที่ยวบินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม มอบค่าชดเชย และจัดหาที่พักแก่ผู้โดยสาร (ในกรณีที่จำเป็น)

การบริหารจัดการตารางเที่ยวบินอาจเกิดจากเหตุผลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการเที่ยวบิน ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินจะได้รับการติดต่อจากสายการบินฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ อีเมล SMS หรือโทรศัพท์อัตโนมัติ

ทั้งนี้ เที่ยวบินอื่น ๆ ยังคงให้บริการตามปกติ ผู้โดยสารสามารถติดต่อสายการบินฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น บริการระบบตอบกลับอัตโนมัติ (live chat) บนเว็บไซต์ ข้อความทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ (Vietjet TH) และบัญชีไลน์อย่างเป็นทางการ (@ThaiVietjet)

สายการบินฯ ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอขอบพระคุณสำหรับความเข้าใจ มา ณ โอกาสนี้

ဘုန္းႀကီးေက်ာင္းအေရွ႕ ည(7)နာရီအခ်ိန္ အမ်ိဴးသမီးတစ္ဦး ေအာ္ၿပီး အကူအညီေတာင္းေနလို႔ သြားၾကည့္လိုက္ေသာအခါ….

  ဘုန္းႀကီးေက်ာင္းအေရွ႕ ည(7)နာရီအခ်ိန္ အမ်ိဴးသမီးတစ္ဦး ေအာ္ၿပီး အကူအညီေတာင္းေနလို႔ သြားၾကည့္လိုက္ေသာအခါ…. See more ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​...